ดีท็อกซ์ชีวิต ด้วยแนวคิด “Slow Life” อยากให้ทุกท่านได้อ่าน

เพื่อเป็นการหยุดชีวิตที่เร่งรีบ ขอเสนอเทคนิคการใช้ชีวิตแช่มช้า ซึ่งสามารถนำมาปฏิบัติได้จริงในทุกที่ ทุกเวลา และทุกวัน ดังนี้

1.ปฏิบัติการเพื่อความเงียบ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในมหานครที่มีแต่ความวุ่นวาย ขอให้คุณลองหามุมเงียบๆ ให้ใจได้พักบ้าง สักสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี

2.ตื่นให้เร็วขึ้น แต่หายใจให้ช้าลง
เคยสังเกตไหมว่า เมื่อไรที่คุณตื่น คุณก็จะรีบอาบน้ำ รีบกินข้าว โดยที่ใจไม่เคยได้สัมผัสกับความเย็นฉ่ำของน้ำหรือความอร่อยของอาหารมื้อแรกเลยสักนิด

3.ทำงานช้าลง แต่ได้ผลเต็มร้อย
บางครั้งการทำงานด้วยความรีบเร่งอาจไม่ได้เกิดประโยชน์เสมอไป ตรงกันข้าม การทำงานด้วยความรอบคอบและมีสติ ต่างหากที่จะทำให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพ

4.รักษ์โลกและร่างกายด้วย Slow Food
slow food ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธอาหาร fast food เท่านั้นแต่ slow food ยังหมายรวมถึงการให้ความสำคัญกับศิลปะในการปรุงอาหาร ตั้งแต่การเตรียมส่วนผสม การคัดสรรวัตถุดิบ รวมทั้งการปรุงอาหารแต่ละจานด้วยความใส่ใจ ไปจนถึงการค่อยๆ เคี้ยวอาหารแต่ละคำ เพื่อให้ได้รับรสของอาหารอย่างแท้จริง

5.ชีวิตแช่มช้าด้วย Slow Shopping
เชื่อไหมว่าการ ช็อปปิ้ง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการใช้ชีวิตอย่างแช่มช้าได้เช่นกัน ด้วยการสนับสนุนสินค้าในท้องถิ่นหรือสินค้าแฮนด์เมด รวมทั้งการซื้อผัก ผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและได้รับประทานอาหารสดใหม่ อีกทั้งยังช่วยลดปรากฏการณ์เรือนกระจกเพราะมลพิษจากการขนส่งสินค้าทางไกลอีกด้วย

6.ออกกำลังกายสร้างสมาธิ
อีกวิธีที่จะสลัดความเคร่งเครียดที่มาพร้อมกับความเร่งรีบก็คือการออกกำลังกายแบบแช่มช้า เช่น โยคะ ไทเก๊ก ชี่กง และการออกกำลังกายตามแบบเต๋า ซึ่งนอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงจากความเครียดผ่อนคลายลงแล้ว ยังช่วยให้เรามีสติจดจ่ออยู่กับลมหายใจและการเคลื่อนไหวของร่างกายมากขึ้น ส่งผลให้สติและสมาธิกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง ซึ่งท้ายที่สุดสติและสมาธิที่เกิดขึ้นนี้เอง จะเป็นตัวการสำคัญในการดึงจังหวะชีวิตของเราให้ช้าลงโดยอัตโนมัติ

Silhouette of woman running up hill

7.ชีวิตไร้มลพิษกับ Slow Travel
ใครที่ชอบเดินทางด้วยความด่วนจี๋ ลองเปลี่ยนวิธีเดินทางเป็นแบบ slow travel ดูบ้าง ด้วยการหันมาเดินทางด้วยรถไฟ เรือ จักรยาน หรือแม้แต่การเดิน เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่โลก และใช้เวลาต่อหนึ่งทริปให้นานขึ้น โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมระหว่างทาง เช่น แวะไปเที่ยวตลาดสดกลางหมู่บ้าน ทักทายผู้คนสองข้างทาง และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยการเลือกไปพักแบบโฮมสเตย์ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการเดินทางในครั้งนี้ให้เต็มที่

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสุขใจและไม่เร่งรีบได้แล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *