ผูกสิ่งที่เป็นประโยชน์ ดีกว่า…ผูกโกรธ ไว้ใน.. ‘ใจ’

เวลาโกรธ เกลียด เคียดแค้นใคร
เพราะเขาทำกับเราไว้เยอะ
‘ใจ’ เรามันเดือดพล่าน
ยิ่งกว่า…คนนั้น เสียด้วยซ้ำ
แล้วทำ…ทำไม

พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้
ชนเหล่าใด เข้าไปผูกเวรว่า “คนนี้ได้ด่าเรา ได้ฆ่ๅเรา
ได้ชนะเรา และได้ลักสิ่งของของเราไป”
เวรของชนเหล่านั้น ย่อมไม่สงบระงับ
พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นางยักษ์ชื่อกาลี
และหญิงคนหนึ่ง ดังนี้
“เพราะว่าในกาลไหนๆ เวรทั้งหลายในโลกนี้ ย่อมไม่สงบระงับด้วยเวร (เวรนั้นนอกจากจะไม่สงบระงับ
แล้วยังกลับเพิ่มพูนเวรต่อกันให้มากขึ้น
เปรียบเหมือนการใช้น้ำสกปรก
ชำระล้างสิ่งสกปรกก็ยิ่งเพิ่มพูนความสกปรกมากขึ้นฉะนั้น)

แต่เวรทั้งหลายย่อมสงบระงับด้วยการไม่จองเวร (หมายถึงธรรมคือขันติ(ความอดทน)
เมตตา(ความรัก)
โยนิโสมนิการ(การพิจารณาโดยแยบคาย)
และปัจจเวกขณะ(การพิจารณา)

นี้เป็นธรรมเก่า (หมายถึงเป็นทางปฏิบัติเพื่อสงบระงับเวร
ที่ประพฤติสืบๆ กันมาของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า
และพระขีณาสพ)
พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฯ (ภาษาไทย)
เล่มที่ ๒๕ ข้อ ๓-๕ หน้า ๒๔-๒๕

จุดมุ่งหมายของการปฏิบัติธรรมคือ
การรักษา ‘ใจ’
ให้เป็นปกติ
ไม่เหวี่ยง ไหว แกว่งไกว กระเพื่อม
กับสิ่งที่ได้ ‘รับรู้’
ผ่านเข้ามาทาง
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เพื่อการอยู่ในชีวิตประจำวัน ทุกวัน
ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตในโลกใบนี้
ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง
และผู้อื่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *