ถ้าเป็นคน “เข้าใจ” ชีวิตง่าย…จะอยู่บนโลกได้ไม่ยาก

ทุกสิ่งอย่าง..ที่เราเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น
มันเป็นของเรา หรือเราเป็นของมัน

ไม่ว่าจะเป็นผู้คน ทรัพย์สมบัติ หรือสิ่งอื่นใดก็ตาม
มันมิได้เป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างเดียว หากยังกระทำต่อเราด้วย

สิ่งใดก็ตาม..
หากเรายึดว่าเป็น“ของเรา”เมื่อใดแล้ว
มันก็จะมีอิทธิพลต่อเราทันที
จนเราต้องกลายเป็น“ของมัน”ไปเลยก็มี

บางที ก็อาจขะยอมตายเพื่อรักษามันเอาไว้
ถ้ามันเกิดมีอันเป็นไป เสียหาย เสื่อมทรุด หรือสูญไป
เราก็อาจล้มทรุดไปด้วย ถึงกับหมดสติเสียสติไปเลยก็มี

หากคิดจะมี เราก็คงต้องพร้อมและยอมรับ
เมื่อต้องสูญเสียหรือจากมันไป
จึงจะเรียกได้ว่า . “สุขได้เพราะเข้าใจชีวิต”

ชีวิตของคนเราก็เหมือนกับการเดินทางอยู่บนถนนสายหนึ่ง

ที่ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางนั้นคือที่ใด

ระหว่างทางจะต้องพบเจออะไรบ้าง

คงมีผู้คนมากมายที่รอคอยการมาเยือนของเราอยู่

ผู้คนที่มากหน้าหลายตา

ทั้งดีและร้ายปะปนกันไป

ทั้งที่ทำให้เรารู้สึกรัก รู้สึกดี รู้สึกไม่ดี

หรืออาจจะไม่ได้รู้สึกใดๆ ต่อกันเลยก็ตาม

แต่ให้จำไว้ว่า…

“ไม่มีใครที่จะเดินทางไปกับเราได้ตลอดทั้งชีวิต”

มีเพียงแค่คนที่จะเดินทางไปกับเราเพียงแค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิตเท่านั้น

อาจจะสั้นหรือยาวไม่เท่ากัน

อย่างเช่น พ่อ-แม่ที่เป็นคนแรก

ที่ได้เดินทางมาพร้อมกับเราจนถึง ณ วันนี้

แต่เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง

พวกท่านก็คงจำต้องยอมปล่อยมืออำลา

ไปตามวาระสังขารของชีวิต

แล้วหลังจากนั้นล่ะ

ใครจะเป็นคนที่จะยินดีและพร้อมที่จะเดินทางต่อไปกับเรา

บนถนนที่ไม่มีความแน่นอนสายนี้

หรืออาจจะเป็นคนๆ นั้น

คนที่คุณอยากเรียกเขาว่า “คู่ชีวิต”

แต่ไม่ว่าคุณจะมีคู่ชีวิตหรือไม่ คุณก็ต้องเดินทางต่อไป
.

ถ้าเหนื่อยก็พัก…แต่โปรดอย่าเดินถอยหลัง

และจงเก็บเกี่ยวความสุขระหว่างทางไว้ให้มากๆ

ขอเพียงแค่มีความสุขกับวันเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน

ก็ไม่เห็นมีอะไรบนโลกนี้ที่เราจะต้องรู้สึกเสียดาย

ในการเดินทางนั้น

บางคนอาจต้องเดินเท้าเปล่า

หรือบางคนอาจจะดีหน่อยที่มีรองเท้า

ก็เปรียบเหมือนกับพื้นฐานชีวิตของแต่ละคน

ที่เติบโตมาจากต่างที่ต่างฐานะกัน

แต่รู้ไหมรองเท้านั้นเป็นเพียงแค่ของนอกกาย

ใส่ไว้ก็เพียงแค่รู้สึกสบายเท้า

แต่ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าคนๆนั้น

จะสามารถเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางที่ดี

และพบแต่ความสุขได้เสมอไป
.
สิ่งที่สำคัญ คือ พลังใจของผู้เดินทางว่ามีมากน้อยแค่ไหน

หรืออาจเปรียบเทียบได้อีกอย่างหนึ่งว่า…

ทั้งความสุขและความทุกข์ก็เปรียบเสมือนขาแต่ละข้างของเราเอง

ขาข้างที่เป็นความสุขก็จะให้แต่ในสิ่งที่เราพอใจ

ส่วนขาข้างที่เป็นความทุกข์ก็มักจะสร้างปัญหาและความหนักใจให้

แต่อย่าลืมว่าก็เพราะปัญหานี้ไม่ใช่หรอกหรือที่ได้สอนอะไรเราหลายๆ อย่าง

เมื่อขาข้างที่เป็นปัญหาก้าวผ่านไปได้ ขาข้างที่มีความสุขก็จะตามมาเอง

ดังนั้น ความสุขในชีวิตที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่การวิ่งไล่หาความสุขเพียงอย่างเดียว

แต่คือการอยู่อย่างเข้าใจในชีวิต กล่าวคือ

“เข้าใจตัวเราเอง เข้าใจผู้อื่น เข้าใจโลก เข้าใจความจริงที่เป็นไป”

ขอบคุณข้อมูล คิดเป็น.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *